พรรคปวงชนไทยค้านค่าแรง 600 บาท หวั่นกระทบ SME สร้างความแตกแยก
พรรคปวงชนไทยแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาททั่วประเทศ โดยชี้ว่าอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างแรงงานมีฝีมือและแรงงานไร้ฝีมือที่ได้รับค่าจ้างเท่ากัน ทางพรรคเสนอแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนกว่า คือการจ่ายค่าจ้างตามทักษะฝีมือ (Pay by Skills) โดยให้รัฐบาลเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงาน หรือ “อัพสกิล-รีสกิล” อย่างเป็นระบบ

ประเด็นสำคัญจากข้อเสนอของพรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทยได้สรุปมุมมองและข้อเสนอต่อประเด็นค่าแรงไว้ดังนี้
- คัดค้านค่าแรง 600 บาท: มองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน อาจทำให้ผู้ประกอบการ SME จำนวนมากต้องปิดกิจการ และส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าที่สูงขึ้น
- ความเสี่ยงด้านความแตกแยก: การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำที่สูงเกินจริงในอัตราเดียว อาจสร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรมให้แก่แรงงานที่มีทักษะและความสามารถสูง แต่ได้รับค่าจ้างไม่ต่างจากแรงงานไร้ฝีมือ
- เสนอทางออก “จ่ายตามทักษะ”: ผลักดันให้มีระบบการประเมินและรับรองทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อกำหนดอัตราค่าจ้างที่แตกต่างกันไปตามความสามารถ ซึ่งจะสร้างแรงจูงใจให้แรงงานพัฒนาตนเอง
- เรียกร้องบทบาทภาครัฐ: เสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการฝึกอบรม “อัพสกิล” และ “รีสกิล” ให้แก่แรงงานทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ภาพบรรยากาศการแถลงข่าว



ผลกระทบและข้อถกเถียงในวงกว้าง
ข้อเสนอของพรรคปวงชนไทยถือเป็นการจุดประเด็นเพิ่มเติมในการถกเถียงนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ โดยเปลี่ยนจากการมองที่ “อัตราเดียวทั่วประเทศ” ไปสู่ “โครงสร้างค่าจ้างที่ยืดหยุ่นตามทักษะ” ซึ่งแนวทางดังกล่าวอาจได้รับการสนับสนุนจากฝั่งผู้ประกอบการที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อเสนอดังกล่าวจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในวงกว้างอย่างไร และจะตอบโจทย์การยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศได้มากน้อยเพียงใด




















